Blog

บาร์โค้ดเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง? รู้จักข้อมูลในบาร์โค้ด 1D และ 2D

บาร์โค้ดเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง? คำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อเห็นแถบสีดำสลับขาวบนบรรจุภัณฑ์สินค้า กล่องพัสดุ หรือฉลากในคลังสินค้า เพราะบาร์โค้ดขนาดเล็กสามารถช่วยให้ธุรกิจระบุสินค้า ตรวจสอบข้อมูล และติดตามการเคลื่อนไหวของสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

คำตอบคือ บาร์โค้ดสามารถเก็บข้อมูลได้หลายประเภท เช่น รหัสสินค้า (Product Code), หมายเลขประจำสินค้า (Serial Number), หมายเลขล็อตการผลิต (Lot Number), วันที่ผลิต วันหมดอายุ หรือข้อมูลที่ใช้ระบุสินทรัพย์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของบาร์โค้ดและมาตรฐานที่เลือกใช้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางอย่าง เช่น ชื่อสินค้า ราคา จำนวนคงเหลือ และตำแหน่งจัดเก็บ อาจไม่ได้บันทึกอยู่ภายในบาร์โค้ดโดยตรง แต่ถูกเรียกแสดงจากฐานข้อมูลเมื่อสแกนรหัสสินค้า

บทความนี้ OGA International จะพาไปทำความเข้าใจว่าบาร์โค้ดเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง แตกต่างกันอย่างไรระหว่างบาร์โค้ด 1D และ 2D และธุรกิจควรเลือกใช้บาร์โค้ดประเภทใดให้เหมาะกับการทำงาน

บาร์โค้ด (Barcode) คืออะไร?

บาร์โค้ด (Barcode) คือสัญลักษณ์ที่ใช้เข้ารหัสข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องอ่านบาร์โค้ดสามารถอ่านและถอดรหัสได้ โดยมีทั้งรูปแบบเส้นแท่งหนึ่งมิติ (1D Barcode) และรูปแบบสองมิติ (2D Barcode) เช่น QR Code และ Data Matrix

เมื่อใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ด (Barcode Scanner) อ่านรหัส ข้อมูลที่ถอดรหัสได้จะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์หรือระบบซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ค้นหาข้อมูลหรือบันทึกธุรกรรม เช่น การรับสินค้า การขายสินค้า และการเบิกจ่ายสินค้าจากคลัง

ตัวอย่างเช่น เมื่อพนักงานร้านค้าสแกนบาร์โค้ดบนสินค้าหนึ่งชิ้น ระบบ POS จะนำรหัสสินค้าที่อ่านได้ไปค้นหาชื่อสินค้าและราคาขายจากฐานข้อมูล ก่อนแสดงรายการบนหน้าจอ

ดังนั้น บาร์โค้ดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับข้อมูลในระบบได้อย่างสะดวกและแม่นยำ

บาร์โค้ดเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง? 7 ประเภทข้อมูลที่พบบ่อย

ข้อมูลที่บาร์โค้ดสามารถบันทึกหรือใช้เป็นรหัสอ้างอิงมีดังนี้

1. รหัสสินค้า (Product Code / SKU / GTIN)

รหัสสินค้าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่นิยมใช้ในระบบบาร์โค้ด เพื่อระบุว่าสินค้าที่สแกนคือสินค้าใด

ตัวอย่างข้อมูล:

  • รหัส SKU สำหรับจัดการสินค้าภายในองค์กร
  • หมายเลข GTIN สำหรับระบุสินค้าตามมาตรฐาน GS1
  • รหัสสินค้าในระบบ POS หรือระบบคลังสินค้า

ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกใช้บาร์โค้ด EAN-13 เพื่อระบุรายการสินค้า เมื่อสแกนแล้ว ระบบจะค้นหาชื่อสินค้าและราคาขายที่สัมพันธ์กับรหัสดังกล่าว

ประโยชน์: ช่วยลดความผิดพลาดในการระบุสินค้า และเพิ่มความรวดเร็วในการขายหรือจัดการสต๊อก

2. หมายเลขประจำสินค้า (Serial Number)

Serial Number คือหมายเลขเฉพาะที่ใช้แยกสินค้าแต่ละชิ้นออกจากกัน แม้เป็นสินค้ารุ่นเดียวกัน

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • เครื่องจักรอุตสาหกรรม
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์
  • สินค้าที่ต้องติดตามการรับประกัน

บาร์โค้ดที่รองรับการเข้ารหัสหลายข้อมูล เช่น GS1-128 หรือ GS1 DataMatrix สามารถใช้บันทึกหมายเลข Serial Number ร่วมกับรหัสสินค้าได้

ประโยชน์: ช่วยติดตามสินค้าเป็นรายชิ้น ตรวจสอบประวัติการซ่อม และบริหารการรับประกัน

3. หมายเลขล็อตการผลิต (Lot Number / Batch Number)

Lot Number คือรหัสที่ใช้ระบุกลุ่มสินค้าที่ผลิตในกระบวนการหรือช่วงเวลาที่กำหนด

นิยมใช้ในอุตสาหกรรม:

  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • ยาและเวชภัณฑ์
  • เครื่องสำอาง
  • ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

เมื่อธุรกิจใช้บาร์โค้ดที่รองรับข้อมูล Lot Number ร่วมกับระบบจัดการสินค้า จะสามารถตรวจสอบและติดตามสินค้าที่อยู่ในล็อตเดียวกันได้สะดวกขึ้น

ประโยชน์: ช่วยสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการเรียกคืนสินค้าเมื่อพบปัญหาด้านคุณภาพ

4. วันที่ผลิตและวันหมดอายุ (Manufacturing Date / Expiration Date)

บาร์โค้ดบางมาตรฐานสามารถเข้ารหัสวันที่ผลิต วันควรบริโภคก่อน และวันหมดอายุได้โดยตรง

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ สินค้าอาหาร ยา เวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่มีข้อกำหนดเรื่องอายุสินค้า

สำหรับมาตรฐาน GS1 Application Identifiers มีรหัสที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • (11) วันที่ผลิต (Production Date)
  • (15) วันควรบริโภคก่อน (Best Before Date)
  • (17) วันหมดอายุ (Expiration Date)

ตัวอย่างเช่น บาร์โค้ด GS1 DataMatrix บนบรรจุภัณฑ์สินค้าอาจประกอบด้วยรหัสสินค้า Lot Number และวันหมดอายุ เพื่อให้ระบบสามารถนำข้อมูลไปตรวจสอบและควบคุมการหมุนเวียนสินค้าได้

ประโยชน์: สนับสนุนการจัดการสินค้าตามหลัก FEFO (First Expired, First Out) หรือการนำสินค้าที่หมดอายุก่อนออกไปใช้หรือจำหน่ายก่อน

5. ข้อมูลราคาและข้อมูลการขาย

หลายคนเข้าใจว่าบาร์โค้ดบนสินค้าทุกชิ้นมีราคาขายบันทึกอยู่ภายใน แต่ความจริงแล้ว บาร์โค้ดสินค้าทั่วไปมักเก็บเพียงรหัสระบุสินค้า ส่วนราคาถูกบันทึกไว้ในระบบ POS หรือฐานข้อมูลของร้านค้า

เมื่อเครื่องสแกนอ่านบาร์โค้ด ระบบจะค้นหาราคาที่กำหนดไว้ในฐานข้อมูล และแสดงผลบนหน้าจอ อย่างไรก็ตาม บาร์โค้ดบางรูปแบบที่ออกแบบสำหรับสินค้าแบบชั่งน้ำหนักหรือสินค้าราคาแปรผัน อาจเข้ารหัสข้อมูลราคาหรือน้ำหนักตามข้อกำหนดของระบบได้

ประโยชน์: ช่วยให้ร้านค้าปรับราคาสินค้าในระบบได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบาร์โค้ดที่ใช้ระบุสินค้าทุกครั้ง

6. ข้อมูลการขนส่งและติดตามพัสดุ (Tracking Information)

ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์นิยมใช้บาร์โค้ดเพื่อระบุหมายเลขพัสดุ รหัสกล่อง หรือรหัสหน่วยขนส่ง

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • Tracking Number
  • รหัสกล่องบรรจุสินค้า
  • รหัสหน่วยขนส่ง (SSCC)
  • รหัสอ้างอิงรายการจัดส่ง

เมื่อพนักงานสแกนบาร์โค้ด ระบบจะบันทึกเหตุการณ์ เช่น รับพัสดุเข้าศูนย์คัดแยก อยู่ระหว่างขนส่ง หรือจัดส่งสำเร็จ ทั้งนี้ สถานะการจัดส่งและข้อมูลผู้รับส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บในระบบขนส่ง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอยู่ภายในบาร์โค้ดทุกครั้งที่พัสดุเคลื่อนย้าย

ประโยชน์: ช่วยติดตามสถานะพัสดุ ตรวจสอบกระบวนการขนส่ง และลดความผิดพลาดในการจัดส่ง

7. รหัสทรัพย์สินและข้อมูลสินทรัพย์ (Asset Identification)

องค์กรสามารถใช้บาร์โค้ดเพื่อระบุทรัพย์สิน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน หรืออุปกรณ์ที่ต้องตรวจนับเป็นประจำ โดยบาร์โค้ดอาจบันทึกหมายเลขสินทรัพย์ (Asset ID) เพื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลในระบบ เช่น

  • ชื่อและประเภททรัพย์สิน
  • แผนกผู้รับผิดชอบ
  • สถานที่จัดเก็บ
  • วันที่ซื้อ
  • ประวัติการบำรุงรักษา

เมื่อพนักงานสแกนรหัส ระบบจะสามารถเรียกดูหรือบันทึกข้อมูลของทรัพย์สินนั้นได้ตามสิทธิ์การใช้งาน

ประโยชน์: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจนับทรัพย์สิน ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ และสนับสนุนการติดตามทรัพย์สินภายในองค์กร

บาร์โค้ด 1D และ 2D เก็บข้อมูลต่างกันอย่างไร?

บาร์โค้ดแต่ละประเภทมีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

บาร์โค้ด 1 มิติ (1D Barcode)

บาร์โค้ด 1D คือบาร์โค้ดที่ใช้เส้นแท่งและช่องว่างในการเข้ารหัสข้อมูล เหมาะกับข้อมูลที่มีความยาวไม่มาก เช่น รหัสสินค้า หมายเลขอ้างอิง หรือรหัสกล่อง

ตัวอย่าง:

  • EAN-13 สำหรับสินค้าค้าปลีก
  • UPC สำหรับสินค้าค้าปลีก
  • Code 128 สำหรับรหัสสินค้าหรือระบบภายใน
  • GS1-128 สำหรับข้อมูลสินค้าและโลจิสติกส์ตามมาตรฐาน GS1

ข้อดีคือเป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเหมาะกับการใช้งานในระบบขายสินค้าและคลังสินค้าทั่วไป

บาร์โค้ด 2 มิติ (2D Barcode)

บาร์โค้ด 2D คือบาร์โค้ดที่จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบสองมิติ สามารถรองรับข้อมูลได้มากขึ้นในพื้นที่ที่เหมาะสม

ตัวอย่าง:

  • QR Code
  • Data Matrix
  • GS1 DataMatrix
  • PDF417

บาร์โค้ด 2D สามารถใช้เก็บข้อความ ตัวเลข รหัสอ้างอิง หรือ URL เว็บไซต์ได้ตามรูปแบบที่รองรับ และบางมาตรฐานยังสามารถเข้ารหัสข้อมูลหลายประเภทในสัญลักษณ์เดียว

ตัวอย่างเช่น GS1 DataMatrix สามารถใช้เก็บรหัสสินค้า หมายเลขล็อต และวันหมดอายุ ในขณะที่ QR Code สามารถใช้เชื่อมโยงผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ คู่มือสินค้า หรือข้อมูลออนไลน์ได้

อ่านเพิ่มเติม: บาร์โค้ดมีกี่ชนิด? รู้จัก 1D และ 2D พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

เปรียบเทียบข้อมูลที่บาร์โค้ด 1D และ 2D รองรับ

หัวข้อ1D Barcode2D Barcode
รูปแบบเส้นแท่งแนวตั้งลวดลายสองมิติ
ข้อมูลหลักตัวเลขหรือข้อความตามมาตรฐานตัวเลข ข้อความ และข้อมูลรูปแบบอื่นตามมาตรฐาน
ปริมาณข้อมูลโดยทั่วไปน้อยกว่าโดยทั่วไปรองรับได้มากกว่า
รหัสสินค้ารองรับรองรับ
Lot / Serial / วันหมดอายุรองรับในบางมาตรฐาน เช่น GS1-128รองรับในบางมาตรฐาน เช่น GS1 DataMatrix
URL เว็บไซต์ไม่ใช่รูปแบบการใช้งานหลักรองรับ เช่น QR Code
อุปกรณ์อ่านเครื่องอ่านที่รองรับ 1Dเครื่องอ่าน 2D หรืออุปกรณ์พร้อมซอฟต์แวร์ที่รองรับ
การใช้งานร้านค้าปลีก คลังสินค้าการผลิต โลจิสติกส์ การติดตามสินค้า และการเชื่อมต่อข้อมูลออนไลน์

การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูล จำนวนข้อมูล ขนาดฉลาก ความสามารถของเครื่องสแกน และระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ร่วมกัน

ข้อมูลอยู่ในบาร์โค้ดจริง ๆ หรืออยู่ในฐานข้อมูล?

สิ่งสำคัญที่ธุรกิจควรเข้าใจคือ บาร์โค้ดไม่ได้เก็บรายละเอียดสินค้าทั้งหมดเสมอไป ตัวอย่างเช่น บาร์โค้ดสินค้ารหัส 8851234567890 อาจใช้เป็นหมายเลขอ้างอิง เมื่อสแกนแล้วระบบจึงนำรหัสไปค้นหาข้อมูลสินค้าในฐานข้อมูล

ข้อมูลในฐานข้อมูลอาจประกอบด้วยชื่อสินค้า ราคาขาย จำนวนคงเหลือ ผู้ผลิต หรือตำแหน่งจัดเก็บ

กระบวนการทำงานทั่วไปมีดังนี้

  1. เครื่องสแกนอ่านบาร์โค้ดที่ติดอยู่บนสินค้า
  2. ระบบถอดรหัสข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้
  3. ซอฟต์แวร์นำรหัสไปค้นหาหรือจับคู่กับฐานข้อมูล
  4. ระบบแสดงข้อมูลสินค้า หรือบันทึกการรับเข้า–จ่ายออกตามขั้นตอนการทำงาน

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจจึงไม่จำเป็นต้องบันทึกรายละเอียดทั้งหมดไว้ในบาร์โค้ด แต่สามารถใช้รหัสสินค้าเป็นตัวเชื่อมไปยังข้อมูลที่จัดเก็บในระบบ ERP, POS หรือ WMS ได้

บาร์โค้ดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของธุรกิจได้อย่างไร?

การใช้บาร์โค้ดร่วมกับอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมสามารถช่วยพัฒนากระบวนการทำงานได้หลายด้าน

1. ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ

การสแกนรหัสช่วยลดการพิมพ์หมายเลขสินค้าเอง และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลผิด

2. ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจนับสต๊อก

พนักงานสามารถใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ดหรือ Mobile Computer ตรวจนับสินค้าภายในคลังได้ โดยระบบบันทึกจำนวนและรายการสินค้าตามขั้นตอนที่กำหนด

3. ช่วยติดตามสินค้าได้อย่างเป็นระบบ

การกำหนดรหัสสินค้า Lot Number และ Serial Number ช่วยสนับสนุนการติดตามสินค้า ตั้งแต่การรับเข้า การจัดเก็บ การหยิบสินค้า ไปจนถึงการจัดส่ง

4. ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบบริหารคลังสินค้า

เมื่อบาร์โค้ดทำงานร่วมกับระบบ WMS (Warehouse Management System) ธุรกิจสามารถตรวจสอบรายการสินค้า การเคลื่อนไหวของสต๊อก และข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น

5. ช่วยสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ยา และการผลิต การใช้บาร์โค้ดที่มีข้อมูลล็อตหรือหมายเลขประจำสินค้าสามารถช่วยสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับในกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อมูลในบาร์โค้ด (FAQ)

Q1: บาร์โค้ดเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง?

บาร์โค้ดสามารถเก็บรหัสสินค้า หมายเลขประจำสินค้า หมายเลขล็อต วันที่ผลิต วันหมดอายุ และรหัสอ้างอิงต่าง ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบและมาตรฐานบาร์โค้ดที่เลือกใช้ ข้อมูลเพิ่มเติมอาจจัดเก็บในฐานข้อมูลเพื่อให้ระบบเรียกดูหลังสแกน

Q2: บาร์โค้ดมีราคาสินค้าอยู่ข้างในหรือไม่?

บาร์โค้ดสินค้าทั่วไปมักไม่ได้เก็บราคาขายโดยตรง แต่ใช้รหัสสินค้าในการค้นหาราคาจากระบบ POS อย่างไรก็ตาม บาร์โค้ดบางระบบสำหรับสินค้าชั่งน้ำหนักอาจเข้ารหัสราคาหรือน้ำหนักได้

Q3: บาร์โค้ดสามารถเก็บวันหมดอายุได้หรือไม่?

ได้ หากใช้มาตรฐานที่รองรับ เช่น GS1-128 หรือ GS1 DataMatrix ซึ่งสามารถเข้ารหัสวันหมดอายุด้วย Application Identifier (17) และนำไปใช้ร่วมกับระบบบริหารสินค้าคงคลังได้

Q4: QR Code เก็บข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ดทั่วไปหรือไม่?

โดยทั่วไป QR Code สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ด 1D ที่ใช้กันทั่วไป และรองรับการเข้ารหัสข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ ตัวเลข และลิงก์เว็บไซต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสัญลักษณ์และรูปแบบข้อมูล

Q5: หากต้องการใช้บาร์โค้ดในคลังสินค้า ควรเลือกแบบใด?

หากต้องการเพียงรหัสสินค้า อาจเลือก Code 128 หรือรูปแบบที่ระบบรองรับ แต่หากต้องการเก็บข้อมูล Lot Number, Serial Number หรือวันหมดอายุ อาจพิจารณา GS1-128 หรือ GS1 DataMatrix โดยต้องตรวจสอบข้อกำหนดและความสามารถของอุปกรณ์อ่านร่วมด้วย

OGA International พร้อมให้คำปรึกษาด้านระบบบาร์โค้ดสำหรับธุรกิจ

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาเครื่องสแกนบาร์โค้ด เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด หรืออุปกรณ์สำหรับจัดการสินค้าและคลังสินค้า บริษัท โอ จี เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (OGA International) พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ติดต่อ OGA International

เว็บไซต์: https://www.oga.co.th/home-oga/

โทรศัพท์: 02-025-8888

LINE Official Account: @ogagroup

เลือกเทคโนโลยีบาร์โค้ดที่เหมาะกับธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าและเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต

Mobile Computer ต่างจากเครื่องสแกนอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ

Mobile Computer ต่างจากเครื่องสแกนบาร์โค้ดอย่างไร? เจาะลึกความแตกต่าง ฟังก์ชันการใช้งาน และข้อดีของอุปกรณ์ทั้งสองประเภท พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับคลังสินค้า โรงงาน และธุรกิจของคุณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความผิดพลาดในการจัดการข้อมูลสินค้า

บาร์โค้ดมีอายุการใช้งานหรือไม่ เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดและฉลากสินค้า

บาร์โค้ดมีอายุการใช้งานหรือไม่? รู้สาเหตุบาร์โค้ดเสื่อมสภาพ พร้อมวิธียืดอายุการใช้งาน

บาร์โค้ดมีอายุการใช้งานหรือไม่? รู้สาเหตุที่บาร์โค้ดซีดจาง สแกนไม่ติด พร้อมวิธีเลือกฉลากและริบบอนให้ทนทาน เหมาะกับคลังสินค้าและธุรกิจ

Select the fields to be shown. Others will be hidden. Drag and drop to rearrange the order.
  • Image
  • Add to cart
  • SKU
  • Rating
  • Price
  • Stock
  • Availability
  • Weight
  • Dimensions
  • Additional information
Click outside to hide the comparison bar
Compare
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุ้กกี้ (Cookie) ในการวิเคราะห์ร่วมกับบุคคลที่สามเพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ที่ผู้เข้าใช้งานจะได้รับให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้หากท่านเลือกที่จะปฏิเสธข้อตกลงการใช้งานคุ้กกี้ ท่านจะยังคงสามารถเข้าใช้บริการเว็บไซต์ของเราได้ตามปกติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า