Blog

บาร์โค้ดมีกี่ชนิด? รู้จัก 1D และ 2D พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

บาร์โค้ดมีกี่ชนิด เปรียบเทียบบาร์โค้ด 1D และ 2D พร้อมวิธีเลือกใช้

บาร์โค้ดมีกี่ชนิด? หากแบ่งตามลักษณะการเข้ารหัสข้อมูล บาร์โค้ดที่ใช้กันทั่วไปแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ บาร์โค้ด 1 มิติ (1D) และบาร์โค้ด 2 มิติ (2D) โดยแต่ละกลุ่มมีรูปแบบย่อยหลายชนิด เช่น EAN-13, UPC-A, Code 128, QR Code และ Data Matrix ซึ่งเหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน

การเลือกบาร์โค้ดจึงควรพิจารณาทั้งข้อมูลที่ต้องการบันทึก พื้นที่บนฉลาก เครื่องอ่าน และระบบที่ใช้ร่วมกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจประเภทบาร์โค้ดและเลือกใช้ได้เหมาะกับร้านค้า โรงงาน หรือคลังสินค้า

บาร์โค้ดคืออะไร และทำงานอย่างไร?

บาร์โค้ด หรือ Barcode คือสัญลักษณ์ที่เข้ารหัสข้อมูลในรูปแบบที่เครื่องอ่านสามารถถอดรหัสได้ อาจมีลักษณะเป็นเส้นแท่งหรือจุดและช่องสี่เหลี่ยม ข้อมูลที่อ่านได้จะถูกส่งไปยังระบบเพื่อดำเนินงาน เช่น ค้นหาสินค้า บันทึกรับเข้า หรือยืนยันการหยิบสินค้า

ตัวอย่างเช่น เมื่อพนักงานสแกนบาร์โค้ดสินค้า ระบบขายหน้าร้านอาจนำรหัสที่อ่านได้ไปค้นหาชื่อและราคาสินค้าจากฐานข้อมูล ราคาและจำนวนสต๊อกจึงไม่จำเป็นต้องถูกเก็บอยู่ในบาร์โค้ดโดยตรง ในคลังสินค้า หลักการเดียวกันนี้ช่วยลดการพิมพ์รหัสด้วยมือ แต่ความถูกต้องยังขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้า การติดฉลาก และขั้นตอนการทำงานร่วมด้วย

บาร์โค้ดมีกี่ชนิด และแต่ละกลุ่มต่างกันอย่างไร?

บาร์โค้ดแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักตามลักษณะการเข้ารหัส ได้แก่ 1D และ 2D ส่วนจำนวนรูปแบบย่อยมีมากกว่าสองชนิด ดังนั้นคำว่า “บาร์โค้ดมี 2 ชนิด” จึงควรอธิบายว่าเป็นการแบ่งกลุ่มหลัก ไม่ใช่จำนวนมาตรฐานทั้งหมด

หัวข้อเปรียบเทียบบาร์โค้ด 1Dบาร์โค้ด 2D
ลักษณะเส้นแท่งและช่องว่างเรียงต่อกันรูปแบบจุด ช่องสี่เหลี่ยม หรือแท่งซ้อนหลายแถว
การเข้ารหัสอาศัยความกว้างของแท่งและช่องว่างตามแนวหนึ่งมิติเข้ารหัสข้อมูลในสองมิติ
ปริมาณข้อมูลเหมาะกับรหัสที่ค่อนข้างสั้นโดยทั่วไปเก็บข้อมูลได้มากกว่า
ตัวอย่างEAN-13, UPC-A, Code 39, Code 128QR Code, Data Matrix, PDF417
เครื่องอ่านเครื่องอ่านที่รองรับรูปแบบ 1D นั้นเครื่องอ่านแบบ 2D หรือกล้องพร้อมซอฟต์แวร์ที่รองรับ
ตัวอย่างงานสินค้าขายปลีก รหัสสินค้า ฉลากคลังสินค้าข้อมูลหลายรายการ การติดตามชิ้นส่วน และลิงก์เว็บไซต์

ความจุจริงของบาร์โค้ดขึ้นอยู่กับรูปแบบ ขนาด และลักษณะข้อมูลที่เข้ารหัส ไม่ควรพิจารณาจากคำว่า 1D หรือ 2D เพียงอย่างเดียว

บาร์โค้ด 1D มีชนิดใดบ้าง?

บาร์โค้ด 1D หรือ Linear Barcode เป็นรูปแบบเส้นแท่งที่พบได้บ่อยบนบรรจุภัณฑ์สินค้าและฉลากในคลังสินค้า ตัวอย่างที่ควรรู้จักมีดังนี้

EAN-13 และ EAN-8: สำหรับสินค้าขายปลีก

EAN-13 ใช้แสดงรหัสตัวเลข 13 หลัก พบได้บนสินค้าขายปลีก เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ทั่วไป ส่วน EAN-8 เป็นรูปแบบรหัส 8 หลักที่ใช้กับสินค้าบางประเภทซึ่งมีพื้นที่จำกัด หากต้องนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีก ควรตรวจสอบข้อกำหนดของคู่ค้าและการใช้รหัสสินค้าตามระบบ GS1 ก่อนสร้างฉลาก ไม่ควรตั้งเลขขึ้นเองแล้วถือว่าเป็นรหัสที่ใช้ร่วมกับคู่ค้าได้ทันที

UPC-A: สำหรับสินค้าขายปลีก โดยเฉพาะตลาดอเมริกาเหนือ

UPC-A ใช้รหัสตัวเลข 12 หลัก และพบได้บ่อยในสินค้าขายปลีกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ธุรกิจที่ส่งสินค้าไปยังตลาดดังกล่าวควรตรวจสอบว่าคู่ค้าต้องการใช้รหัสและรูปแบบใด

Code 39: สำหรับรหัสอุปกรณ์และชิ้นส่วน

Code 39 รองรับตัวเลข ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ และสัญลักษณ์บางตัว เหมาะกับรหัสอุปกรณ์ รหัสทรัพย์สิน หรือรหัสชิ้นส่วน อย่างไรก็ตาม เมื่อรหัสมีความยาวมาก บาร์โค้ดอาจใช้พื้นที่ฉลากเพิ่มขึ้น จึงควรทดลองพิมพ์และสแกนกับขนาดฉลากจริงก่อนใช้งาน

Code 128: สำหรับรหัสสินค้าและงานคลังสินค้า

Code 128 รองรับตัวเลข ตัวอักษร และอักขระในชุด ASCII สามารถใช้กับรหัสสินค้าภายใน รหัสเอกสาร หรือฉลากที่ระบบขององค์กรกำหนด ตัวอย่างเช่น คลังสินค้าที่ใช้รหัสสินค้า ABC-12345 อาจเลือก Code 128 หากระบบและเครื่องอ่านรองรับ โดยต้องกำหนดให้รหัสแต่ละรายการเชื่อมโยงกับข้อมูลสินค้าได้ถูกต้อง

GS1-128: สำหรับข้อมูลตามมาตรฐาน GS1

GS1-128 ใช้รูปแบบ Code 128 ร่วมกับข้อกำหนดของ GS1 และ Application Identifiers หรือ AI เพื่อระบุความหมายของข้อมูล เช่น รหัสสินค้า หมายเลข Lot และวันหมดอายุ

Code 128 กับ GS1-128 จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การพิมพ์ Code 128 ที่มีข้อความหลายรายการไม่ได้ทำให้ฉลากนั้นเป็น GS1-128 โดยอัตโนมัติ

ITF-14: สำหรับระบุสินค้าในระดับกล่องบรรจุ

ITF-14 ใช้แสดงรหัส GTIN 14 หลัก เหมาะกับการระบุสินค้าในระดับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในงานกระจายสินค้า เช่น กล่องบรรจุรวม โดยไม่ได้ใช้แทนข้อมูล Lot หรือวันหมดอายุ รูปแบบนี้จึงเหมาะกับการระบุว่า “กล่องนี้เป็นสินค้าอะไร” ส่วนรายละเอียดอื่นอาจต้องใช้บาร์โค้ดเพิ่มเติมหรือเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล

บาร์โค้ด 2D มีชนิดใดบ้าง?

บาร์โค้ด 2D สามารถเข้ารหัสข้อมูลในสองมิติ โดยทั่วไปจึงรองรับข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ดเส้นแท่ง ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่ QR Code, Data Matrix และ PDF417

QR Code: สำหรับลิงก์และการเข้าถึงข้อมูล

QR Code เป็นบาร์โค้ด 2D ที่หลายคนคุ้นเคย สามารถเข้ารหัสข้อมูล เช่น ข้อความหรือลิงก์เว็บไซต์ และอ่านได้ด้วยสมาร์ตโฟนที่รองรับ ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ ลิงก์คู่มือสินค้า หน้าลงทะเบียน และข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่หากต้องนำไปใช้กับระบบขายหรือคลังสินค้า ต้องตรวจสอบรูปแบบข้อมูลและการรองรับของระบบเพิ่มเติม

QR Code ที่เปิดเว็บไซต์ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนบาร์โค้ดสินค้าที่จุดขายได้ทันที

Data Matrix: สำหรับชิ้นส่วนและฉลากพื้นที่จำกัด

Data Matrix มีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก เหมาะกับงานที่ต้องการเข้ารหัสข้อมูลในพื้นที่จำกัด เช่น ฉลากชิ้นส่วนและอุปกรณ์ หากใช้ตามมาตรฐาน GS1 จะเรียกว่า GS1 DataMatrix ซึ่งกำหนดวิธีเข้ารหัสข้อมูลให้ระบบตีความได้ตรงกัน เช่น รหัสสินค้า Lot และวันหมดอายุ จึงควรแยกให้ออกระหว่าง Data Matrix ทั่วไปกับ GS1 DataMatrix

PDF417: สำหรับข้อมูลบนเอกสาร

PDF417 เป็นบาร์โค้ด 2D แบบแท่งซ้อนหลายแถว ใช้เข้ารหัสข้อมูลหลายรายการบนเอกสารหรือบัตรในระบบที่รองรับ แม้รูปลักษณ์จะต่างจาก QR Code และ Data Matrix แต่ PDF417 ก็จัดอยู่ในกลุ่มบาร์โค้ด 2D เช่นกัน

เลือกบาร์โค้ดชนิดไหนดีสำหรับธุรกิจ?

การเลือกบาร์โค้ดควรเริ่มจากงานที่ต้องทำและข้อกำหนดของระบบ ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับช่วยตัดสินใจ

ความต้องการรูปแบบที่ควรพิจารณาสิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ติดสินค้าขายปลีกEAN-13, EAN-8 หรือ UPC ตามข้อกำหนดรหัสสินค้า GS1 และข้อกำหนดคู่ค้า
ใช้รหัสสินค้าในคลังภายในCode 128รูปแบบรหัสและการเชื่อมต่อกับ WMS
ระบุสินค้าในกล่องบรรจุรวมITF-14ระดับบรรจุภัณฑ์และรหัส GTIN
แลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้า Lot และวันหมดอายุGS1-128 หรือ GS1 DataMatrix ตามงานมาตรฐานข้อมูลและการรองรับของคู่ค้า
ให้ลูกค้าเปิดคู่มือหรือเว็บไซต์QR Codeลิงก์ปลายทางและการดูแลข้อมูล
ติดตามชิ้นส่วนที่มีพื้นที่ฉลากจำกัดData Matrixขนาดสัญลักษณ์และเครื่องอ่าน

ก่อนเลือกใช้งาน ควรตรวจสอบ 4 เรื่องต่อไปนี้

  1. ข้อมูลที่ต้องการอ่าน: ต้องการเพียงรหัสสินค้า หรือรวม Lot, Serial Number และวันหมดอายุด้วย?
  2. ข้อกำหนดของคู่ค้า: ใช้ภายในองค์กร หรือส่งข้อมูลให้ร้านค้า โรงงาน และผู้รับสินค้ารายอื่น?
  3. อุปกรณ์: เครื่องอ่านและเครื่องพิมพ์รองรับรูปแบบและขนาดที่เลือกหรือไม่?
  4. ระบบปลายทาง: โปรแกรมสามารถแยกข้อมูลและบันทึกลงช่องที่ถูกต้องได้หรือไม่?

ตัวอย่างการใช้บาร์โค้ดกับงานคลังสินค้า

สมมติคลังสินค้าต้องรับสินค้าที่มีหลาย Lot และวันหมดอายุต่างกัน หากสแกนได้เพียงรหัสสินค้า ระบบอาจทราบว่าสินค้าคืออะไร แต่ยังต้องรับข้อมูล Lot และวันหมดอายุจากขั้นตอนอื่น

องค์กรอาจเลือกแนวทางได้ เช่น

  • ใช้รหัสบนฉลากเพื่อค้นหาข้อมูล Lot และวันหมดอายุจากฐานข้อมูล
  • ใช้ GS1-128 หรือ GS1 DataMatrix เพื่อเข้ารหัสข้อมูลหลายรายการตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งสองแนวทางต้องออกแบบร่วมกับระบบ WMS และขั้นตอนปฏิบัติงาน เครื่องอ่านที่สแกนได้เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ หากระบบไม่สามารถตีความข้อมูลนั้นได้

นอกจากนี้ การใช้บาร์โค้ดไม่ได้ทำให้สต๊อกถูกต้องโดยอัตโนมัติ หากรับสินค้าจริงไม่ครบ ติดฉลากผิด หรือไม่ได้บันทึกการเคลื่อนไหว จำนวนในระบบก็ยังคลาดเคลื่อนได้

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้บาร์โค้ด

→ เลือกรูปแบบก่อนตรวจสอบระบบ

ฉลากที่พิมพ์ได้และสแกนได้ อาจยังใช้งานกับโปรแกรมจริงไม่ได้ ควรทดสอบตั้งแต่การอ่านข้อมูลจนถึงการบันทึกรายการในระบบ

→ ใช้ฉลากเล็กหรือพิมพ์ไม่ชัดเกินไป

ขนาดบาร์โค้ด คุณภาพการพิมพ์ ความต่างของสี และพื้นที่ว่างรอบสัญลักษณ์มีผลต่อการอ่าน ควรทดสอบกับวัสดุฉลากและระยะสแกนจริง

→ ใช้รหัสซ้ำกับคนละสินค้า

หากรหัสเดียวเชื่อมกับสินค้าหลายรายการ ระบบอาจดึงข้อมูลผิด ควรกำหนดผู้รับผิดชอบข้อมูลสินค้าและตรวจสอบรหัสก่อนเริ่มใช้งาน

→ เลือกเครื่องอ่านโดยดูเพียงคำว่า “สแกนบาร์โค้ดได้”

เครื่องอ่านแต่ละรุ่นรองรับรูปแบบแตกต่างกัน โดยเฉพาะงาน 2D จึงควรใช้ตัวอย่างฉลากจริงทดสอบก่อนเลือกอุปกรณ์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทบาร์โค้ด

•บาร์โค้ดมีกี่ชนิด?

หากแบ่งตามลักษณะการเข้ารหัส บาร์โค้ดที่ใช้กันทั่วไปมี 2 กลุ่มหลัก คือ 1D และ 2D แต่แต่ละกลุ่มมีรูปแบบย่อยหลายชนิด เช่น EAN-13, Code 128, QR Code และ Data Matrix

• QR Code เป็นบาร์โค้ดหรือไม่?

QR Code เป็นบาร์โค้ดชนิดหนึ่งในกลุ่ม 2D ใช้เข้ารหัสข้อมูลได้หลายแบบ เช่น ข้อความและลิงก์เว็บไซต์

• บาร์โค้ด 1D กับ 2D แบบไหนดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับงาน หากต้องการอ่านรหัสสั้นและใช้กับระบบเดิม 1D อาจเพียงพอ หากต้องการข้อมูลหลายรายการหรือมีข้อกำหนดให้ใช้ 2D ควรเลือกรูปแบบ 2D ที่ระบบรองรับ

• เครื่องอ่านบาร์โค้ด 1D อ่าน QR Code ได้หรือไม่?

เครื่องอ่านที่รองรับเฉพาะ 1D ไม่สามารถอ่าน QR Code ได้ ต้องใช้เครื่องอ่าน 2D หรือกล้องพร้อมซอฟต์แวร์ที่รองรับ QR Code

• บาร์โค้ดเก็บราคาสินค้าไว้หรือไม่?

บาร์โค้ดสินค้าขายปลีกทั่วไปมักใช้ระบุรหัสสินค้า แล้วระบบค้นหาราคาจากฐานข้อมูล อย่างไรก็ตาม มีรูปแบบเฉพาะสำหรับสินค้าบางประเภทที่สามารถเข้ารหัสข้อมูลราคา หรือน้ำหนักได้

• ต้องใช้บาร์โค้ดแบบใดเพื่อควบคุม Lot และวันหมดอายุ?

หากต้องการเข้ารหัสข้อมูลตามมาตรฐาน GS1 สามารถพิจารณา GS1-128 หรือ GS1 DataMatrix ตามข้อกำหนดของงาน แต่ต้องตรวจสอบว่าเครื่องอ่านและระบบสามารถแยกข้อมูลไปใช้งานได้ถูกต้อง

เริ่มต้นเลือกบาร์โค้ดให้เหมาะกับงานของคุณ

เมื่อเข้าใจว่าบาร์โค้ดมีกี่ชนิด ขั้นตอนต่อไปคือกำหนดข้อมูลที่ต้องใช้ ตรวจสอบระบบและคู่ค้า แล้วทดลองกับฉลากจริงก่อนนำไปใช้งาน

หากธุรกิจของคุณกำลังวางระบบบาร์โค้ดสำหรับรับเข้า จัดเก็บ หยิบสินค้า หรือควบคุมสต๊อก สามารถติดต่อ บริษัท โอ จี เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (OGA) เพื่อสอบถามแนวทางเลือกเครื่องอ่าน เครื่องพิมพ์ฉลาก และระบบที่เหมาะกับงานของคุณ

เว็บไซต์: www.oga.co.th
โทรศัพท์: 02-025-8888
LINE Official Account: @ogagroup

เครื่องสแกนบาร์โค้ดคืออะไร? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับร้านค้า คลังสินค้า และโรงงาน

เครื่องสแกนบาร์โค้ดเลือกอย่างไร? เปรียบเทียบ 1D, 2D แบบมีสายและไร้สาย พร้อมแนวทางเลือกสำหรับร้านค้า คลังสินค้า และโรงงาน

OGA ขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ “สต๊อกแม่นยำ 100% ทำได้จริงแค่ไหน?”

สรุปสัมมนาออนไลน์ OGA วันที่ 24 กันยายน 2569 พร้อมแนวทางบริหารสต๊อกด้วยระบบ WMS ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในคลังสินค้า

Select the fields to be shown. Others will be hidden. Drag and drop to rearrange the order.
  • Image
  • Add to cart
  • SKU
  • Rating
  • Price
  • Stock
  • Availability
  • Weight
  • Dimensions
  • Additional information
Click outside to hide the comparison bar
Compare
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุ้กกี้ (Cookie) ในการวิเคราะห์ร่วมกับบุคคลที่สามเพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ที่ผู้เข้าใช้งานจะได้รับให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้หากท่านเลือกที่จะปฏิเสธข้อตกลงการใช้งานคุ้กกี้ ท่านจะยังคงสามารถเข้าใช้บริการเว็บไซต์ของเราได้ตามปกติ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า