เครื่องสแกนบาร์โค้ด คืออุปกรณ์สำหรับอ่านรหัสบนสินค้า กล่อง หรือเอกสาร แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่รองรับ ช่วยลดการพิมพ์ข้อมูลด้วยมือและเพิ่มความสะดวกในการทำงาน การเลือกเครื่องสแกนบาร์โค้ดให้เหมาะกับธุรกิจควรพิจารณาประเภทบาร์โค้ด การเชื่อมต่อ ระยะอ่าน และสภาพแวดล้อม บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบตัวเลือกสำหรับร้านค้า คลังสินค้า และโรงงาน พร้อมดูสินค้าที่เกี่ยวข้องจาก OGA
เครื่องสแกนบาร์โค้ดทำงานอย่างไร?
เครื่องสแกนบาร์โค้ดใช้แสงหรือระบบจับภาพเพื่ออ่านสัญลักษณ์ จากนั้นถอดรหัสและส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทาง กระบวนการพื้นฐานมีดังนี้
- พนักงานสแกนบาร์โค้ดบนสินค้า กล่อง หรือเอกสาร
- เครื่องอ่านถอดรหัส เช่น รหัสสินค้า
ITEM-001 - เครื่องส่งรหัสไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
- โปรแกรมนำรหัสไปค้นหาข้อมูล หรือบันทึกรายการตามขั้นตอนที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น เมื่อสแกนสินค้าที่จุดขาย โปรแกรม POS สามารถใช้รหัสนั้นค้นหาชื่อสินค้าและราคาจากฐานข้อมูลได้ ส่วนงานคลังสินค้า โปรแกรมอาจใช้รหัสเพื่อเปิดรายการรับเข้า หยิบสินค้า หรือตรวจนับ
เครื่องอ่านทำหน้าที่ส่งข้อมูล ส่วนการค้นหาราคา ตรวจสอบสินค้า และปรับยอดสต๊อกเป็นหน้าที่ของโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกัน
เครื่องสแกนบาร์โค้ด 1D และ 2D ต่างกันอย่างไร?
ก่อนเลือกซื้อ ควรตรวจสอบว่าบาร์โค้ดที่ธุรกิจใช้เป็นแบบใด เพราะเครื่องอ่านแต่ละรุ่นรองรับรูปแบบแตกต่างกัน
| ประเด็น | เครื่องอ่านที่รองรับเฉพาะ 1D | เครื่องอ่าน 2D |
|---|---|---|
| บาร์โค้ดที่ใช้ | แบบเส้นแท่ง เช่น EAN-13 และ Code 128 ตามที่รุ่นรองรับ | แบบ 2D เช่น QR Code และ Data Matrix ตามที่รุ่นรองรับ |
| อ่าน QR Code | ไม่รองรับ | รองรับเมื่อรุ่นและการตั้งค่ารองรับ |
| อ่านบาร์โค้ด 1D | รองรับตามสเปก | โดยทั่วไปหลายรุ่นรองรับ แต่ต้องตรวจสอบสเปก |
| การอ่านจากหน้าจอ | ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและรุ่น | หลายรุ่นรองรับ ควรทดสอบกับหน้าจอจริง |
| แนวทางเลือก | งานที่ใช้บาร์โค้ดเส้นแท่งเป็นหลัก | งานที่ใช้ทั้งบาร์โค้ดเส้นแท่งและโค้ด 2D |
หากองค์กรใช้เฉพาะบาร์โค้ดเส้นแท่ง เครื่องอ่าน 1D อาจเพียงพอ แต่หากต้องอ่าน QR Code หรือ Data Matrix ควรเลือกเครื่องอ่าน 2D ที่รองรับรูปแบบนั้นโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม: บาร์โค้ดมีกี่ชนิด? รู้จัก 1D และ 2D พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ
เครื่องสแกนบาร์โค้ดมีรูปแบบการใช้งานอะไรบ้าง?
เครื่องอ่านสามารถแบ่งได้หลายเกณฑ์ เช่น การเชื่อมต่อและรูปแบบติดตั้ง ดังนั้น เครื่องแบบมือถือหนึ่งรุ่นอาจเป็นได้ทั้งแบบไร้สายและแบบอ่าน 2D
แบบมีสาย: สำหรับจุดทำงานประจำ
เครื่องอ่านแบบมีสายเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ปลายทางผ่านสาย เช่น USB ตามที่รุ่นรองรับ เหมาะกับงานที่พนักงานอยู่ประจำจุดและสามารถนำสินค้าเข้ามาสแกนได้ ตัวอย่างงาน ได้แก่ เคาน์เตอร์ขายสินค้า จุดตรวจสอบเอกสาร และโต๊ะรับสินค้า ก่อนเลือก ควรตรวจสอบความยาวสาย พอร์ตเชื่อมต่อ และรูปแบบข้อมูลที่โปรแกรมต้องการรับ
แบบไร้สาย: สำหรับงานที่ต้องเคลื่อนย้าย
เครื่องสแกนบาร์โค้ดไร้สายช่วยให้พนักงานนำเครื่องไปอ่านสินค้าที่อยู่ห่างจากจุดเชื่อมต่อได้ เช่น สินค้าบนรถเข็น กล่องขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่เคลื่อนย้ายไม่สะดวก อย่างไรก็ตาม ระยะใช้งานจริงขึ้นอยู่กับรุ่น สิ่งกีดขวาง และสภาพพื้นที่ จึงควรทดสอบในสถานที่ใช้งาน พร้อมตรวจสอบแบตเตอรี่และวิธีจัดการข้อมูลเมื่อการเชื่อมต่อขาดหาย คำว่า “ไร้สาย” ไม่ได้หมายความว่าเครื่องมีหน้าจอ โปรแกรม หรือสามารถทำงานได้โดยไม่เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นเสมอไป
แบบตั้งโต๊ะ: สำหรับงานที่ต้องใช้มือจัดการสินค้า
เครื่องอ่านแบบตั้งโต๊ะช่วยให้พนักงานนำบาร์โค้ดผ่านบริเวณอ่าน โดยไม่ต้องหยิบเครื่องขึ้นมาทุกครั้ง เหมาะกับบางรูปแบบของงานขาย งานคัดแยก และงานตรวจสอบสินค้า ควรทดลองกับขนาดสินค้า ตำแหน่งฉลาก และความเร็วในการทำงาน เพื่อดูว่าพื้นที่อ่านเหมาะกับการใช้งานหรือไม่
แบบติดตั้งประจำตำแหน่ง: สำหรับเครื่องจักรและสายการผลิต
เครื่องอ่านแบบ Fixed Mount ติดตั้งในตำแหน่งที่กำหนด เพื่ออ่านโค้ดเมื่อสินค้าหรือชิ้นงานผ่านจุดตรวจสอบ การเลือกอุปกรณ์ประเภทนี้ต้องพิจารณาความเร็วสายพาน ระยะอ่าน ขนาดโค้ด แสง และการเชื่อมต่อกับระบบควบคุม หากเป็นโค้ดที่มาร์กลงบนชิ้นงานโดยตรง หรือ DPM ต้องเลือกรุ่นและระบบแสงที่เหมาะกับพื้นผิวนั้นด้วย
ดูตัวเลือกเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องสแกนบาร์โค้ดสำหรับธุรกิจจาก OGA
เลือกเครื่องสแกนบาร์โค้ดอย่างไรให้เหมาะกับงาน?
1. เริ่มจากตัวอย่างบาร์โค้ดที่ใช้งานจริง
รวบรวมฉลากหรือโค้ดที่ต้องอ่าน รวมถึงตัวอย่างที่มีขนาดเล็ก พิมพ์จาง อยู่บนพื้นผิวโค้ง หรือแสดงบนหน้าจอ แล้วนำไปทดลองกับเครื่องที่กำลังพิจารณา การสแกนฉลากตัวอย่างได้หนึ่งครั้ง ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเครื่องจะทำงานได้ดีตลอดทั้งกระบวนการ
2. ตรวจสอบระยะที่พนักงานต้องสแกน
งานอ่านสินค้าบนโต๊ะและงานอ่านกล่องบนชั้นสูงต้องการระยะต่างกัน หากต้องสแกนจากระยะไกล ควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานนั้น และทดลองกับขนาดบาร์โค้ดจริง อย่าใช้เพียงระยะอ่านสูงสุดในเอกสารเป็นเกณฑ์ เพราะผลการอ่านขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของโค้ดด้วย
3. เลือกการเชื่อมต่อให้เข้ากับพื้นที่
หากทำงานประจำจุด อุปกรณ์แบบมีสายอาจเหมาะสม หากต้องเดินหรือเอื้อมอ่านสินค้าที่เคลื่อนย้ายยาก อาจพิจารณาแบบไร้สาย สำหรับงานที่ต้องเห็นรายการสินค้า ใส่จำนวน หรือยืนยันตำแหน่งบนหน้าจอระหว่างเดินทำงาน ควรประเมิน Mobile Computer เพิ่มเติม
4. ตรวจสอบความทนทานตามสภาพแวดล้อม
พื้นที่ร้านค้า คลังสินค้า และโรงงานมีเงื่อนไขต่างกัน ควรตรวจสอบระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ การทนตก ช่วงอุณหภูมิ และข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่ หากใช้ในห้องเย็นหรือบริเวณที่มีความชื้น ควรแจ้งสภาพใช้งานให้ผู้ให้บริการทราบก่อนเลือกอุปกรณ์
5. ทดลองกับโปรแกรมปลายทาง
เครื่องที่อ่านรหัสได้ อาจยังส่งข้อมูลไม่ตรงกับช่องที่โปรแกรมต้องการ ควรทดสอบทั้งการเชื่อมต่อ รูปแบบตัวอักษร และคำสั่งหลังสแกน เช่น Enter หรือ Tab หากอ่านข้อมูลหลายรายการจากโค้ดเดียว เช่น รหัสสินค้า Lot และวันหมดอายุ ต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมสามารถแยกและบันทึกข้อมูลได้ถูกต้อง
6. พิจารณาค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งาน
นอกจากราคาเครื่อง ควรดูอุปกรณ์เสริม แท่นชาร์จ แบตเตอรี่ การรับประกัน และบริการหลังการขาย เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายให้ครบก่อนตัดสินใจ
ร้านค้า คลังสินค้า และโรงงานควรเลือกแบบไหน?
| ลักษณะงาน | อุปกรณ์ที่ควรพิจารณา | สิ่งที่ต้องทดลอง |
|---|---|---|
| สแกนสินค้าที่เคาน์เตอร์ | แบบมีสายหรือแบบตั้งโต๊ะ | ความเร็วอ่านและการส่งข้อมูลเข้า POS |
| อ่านโค้ดบนหน้าจอลูกค้า | รุ่นที่รองรับการอ่านจากหน้าจอและชนิดโค้ดนั้น | หน้าจอ ความสว่าง และขนาดโค้ด |
| อ่านกล่องที่เคลื่อนย้ายยาก | แบบไร้สาย | ระยะเชื่อมต่อ น้ำหนัก และแบตเตอรี่ |
| เดินตรวจนับพร้อมดูรายการ | Mobile Computer หรือเครื่องอ่านร่วมกับอุปกรณ์ที่เหมาะสม | การใส่จำนวนและบันทึกเข้าระบบ |
| อ่านสินค้าบนสายพาน | แบบ Fixed Mount | ความเร็วสายพาน ตำแหน่งโค้ด และการเชื่อมต่อ |
| อ่านโค้ดบนชิ้นส่วนโดยตรง | รุ่นที่รองรับงาน DPM | พื้นผิว แสง และความต่างของสีโค้ด |
ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น การเลือกรุ่นสุดท้ายควรใช้ผลทดสอบกับงานจริงประกอบ
ตัวอย่างเครื่องสแกนบาร์โค้ดที่มีบนเว็บไซต์ OGA
→ Honeywell Voyager XP 1472G
สำหรับงานค้าปลีกที่ต้องอ่านบาร์โค้ด 1D และ 2D รวมถึงโค้ดบนหน้าจอดิจิทัล สามารถศึกษารุ่น Honeywell Voyager XP 1472G เพื่อประกอบการเลือกอุปกรณ์ได้
ก่อนตัดสินใจ ควรทดลองกับฉลากและโปรแกรม POS ที่ใช้งานจริง
ดูรายละเอียดเครื่องสแกนบาร์โค้ด Honeywell Voyager XP 1472G
→ Newland BS8080
Newland BS8080 เป็นเครื่องอ่านขนาดกะทัดรัด รองรับบาร์โค้ด 1D และ 2D บนกระดาษและหน้าจอ พร้อมการส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth เหมาะนำมาพิจารณาเมื่อต้องการอุปกรณ์ที่พกพาสะดวก
ควรตรวจสอบการใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือโปรแกรมปลายทางก่อนเลือกซื้อ
ดูรายละเอียดเครื่องสแกนบาร์โค้ดพกพา Newland BS8080
→ Datalogic Matrix 220
สำหรับงานอ่านโค้ดในกระบวนการผลิต สามารถศึกษารุ่น Datalogic Matrix 220 ซึ่งเป็นเครื่องอ่านแบบติดตั้งประจำตำแหน่ง โดยมีรุ่นสำหรับงาน DPM ให้พิจารณาตามลักษณะชิ้นงาน
การเลือกต้องประเมินตำแหน่งติดตั้ง ระบบแสง และเงื่อนไขการอ่านร่วมกับกระบวนการผลิต
ดูรายละเอียดเครื่องอ่านบาร์โค้ดอุตสาหกรรม Datalogic Matrix 220
เครื่องสแกนบาร์โค้ดช่วยลดปัญหาสต๊อกได้อย่างไร?
เครื่องอ่านช่วยลดการพิมพ์รหัสด้วยมือ และทำให้การระบุสินค้าในขั้นตอนรับเข้า หยิบ จ่าย และตรวจนับสะดวกขึ้น แต่ความถูกต้องของสต๊อกยังขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้า โปรแกรม และการปฏิบัติงานด้วย
ตัวอย่างสมมติ: พนักงานรับสินค้าจริง 90 กล่อง แต่บันทึกจำนวน 100 กล่อง แม้จะสแกนรหัสสินค้าถูกต้อง ยอดในระบบก็ยังมากกว่าของจริง 10 กล่อง เพราะการสแกนรหัสไม่ได้ยืนยันจำนวนที่รับจริงโดยอัตโนมัติ
การนำเครื่องอ่านมาใช้งานจึงควรทำร่วมกับขั้นตอนต่อไปนี้
- กำหนดรหัสสินค้าและหน่วยนับให้ชัดเจน
- ตรวจสอบจำนวนรับจริงก่อนยืนยันรายการ
- บันทึกการเคลื่อนไหวสินค้าให้ครบ
- ตรวจสอบ Lot หรือตำแหน่งจัดเก็บตามข้อกำหนดของงาน
- ตรวจนับและติดตามสาเหตุเมื่อพบยอดคลาดเคลื่อน
หากต้องการศึกษาระบบที่ใช้จัดการงานคลังสินค้าเพิ่มเติม สามารถอ่านรายละเอียด WM3 โปรแกรมสต๊อกสินค้าและบริหารจัดการคลังสินค้า และสอบถามการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่เลือก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องสแกนบาร์โค้ด
• เครื่องสแกนบาร์โค้ดอ่าน QR Code ได้ทุกเครื่องหรือไม่?
ไม่ได้ เครื่องที่รองรับเฉพาะบาร์โค้ด 1D ไม่สามารถอ่าน QR Code ได้ ต้องเลือกรุ่นที่รองรับ 2D และ QR Code โดยตรวจสอบสเปกและการตั้งค่าของเครื่องด้วย
• เครื่องสแกนบาร์โค้ดใช้งานกับ Excel ได้หรือไม่?
หลายรุ่นสามารถส่งรหัสเข้าสู่เซลล์ Excel ผ่านโหมดที่จำลองการพิมพ์คีย์บอร์ดได้ แต่ต้องตรวจสอบการเชื่อมต่อและตั้งค่าให้เหมาะสม หากรหัสมีเลขศูนย์นำหน้า ควรตั้งรูปแบบเซลล์เป็นข้อความเพื่อรักษารหัสให้ครบ
• แบบมีสายกับไร้สาย แบบไหนดีกว่า?
ขึ้นอยู่กับพื้นที่และวิธีทำงาน แบบมีสายเหมาะกับงานประจำจุด ส่วนแบบไร้สายเพิ่มความสะดวกเมื่อจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย โดยต้องพิจารณาแบตเตอรี่และระยะเชื่อมต่อร่วมด้วย
• เครื่องสแกนบาร์โค้ดกับ Mobile Computer ต่างกันอย่างไร?
เครื่องสแกนบาร์โค้ดทั่วไปเน้นอ่านและส่งรหัสไปยังอุปกรณ์อื่น ส่วน Mobile Computer มีระบบประมวลผลและหน้าจอสำหรับใช้งานแอปพลิเคชัน เหมาะกับงานที่ต้องดูข้อมูล ใส่จำนวน หรือยืนยันรายการระหว่างเคลื่อนที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและโปรแกรมที่ติดตั้ง
• ทำไมเครื่องสแกนบาร์โค้ดอ่านฉลากบางใบไม่ได้?
สาเหตุอาจมาจากชนิดโค้ดที่ไม่รองรับ การตั้งค่าที่ยังไม่เปิดใช้งาน ขนาดโค้ดเล็กเกินไป คุณภาพการพิมพ์ ระยะอ่าน แสงสะท้อน หรือฉลากเสียหาย ควรตรวจสอบทั้งตัวเครื่องและฉลากแทนการเปลี่ยนอุปกรณ์ทันที
• ก่อนขอราคาเครื่องสแกนบาร์โค้ด ควรเตรียมข้อมูลอะไร?
ควรเตรียมตัวอย่างบาร์โค้ด ลักษณะงาน ระยะอ่าน สภาพแวดล้อม โปรแกรมที่ใช้งาน จำนวนเครื่อง และความต้องการแบบมีสายหรือไร้สาย เพื่อให้ผู้ให้บริการแนะนำรุ่นได้ตรงกับงาน
เลือกเครื่องสแกนบาร์โค้ดให้ตรงกับธุรกิจของคุณ
เครื่องสแกนบาร์โค้ดที่เหมาะสมควรอ่านโค้ดที่ธุรกิจใช้ได้ ส่งข้อมูลเข้าโปรแกรมได้ถูกต้อง และรองรับสภาพการทำงานจริง
หากกำลังเลือกอุปกรณ์สำหรับร้านค้า คลังสินค้า หรือโรงงาน สามารถ ดูเครื่องสแกนบาร์โค้ดจาก OGA หรือ ติดต่อทีมงาน OGA เพื่อสอบถามรุ่นและขอใบเสนอราคา โดยส่งตัวอย่างฉลากและรายละเอียดงานมาประกอบการพิจารณา
บริษัท โอ จี เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
โทรศัพท์: 02-025-8888
เว็บไซต์: www.oga.co.th


